วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เครื่องดื่ม Matcha Latte มัทฉะ ลาเต้

มัทฉะ คือ ชาเขียวนั่นเอง มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Camellia sinensis เพียงแต่ ว่า มัทฉะเป็นผงบดละเอียดของชาเขียวชนิดที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ คือ อยู่ในที่ร่มได้รับการเก็บเกี่ยวและทำให้แห้งอย่างดีทำให้มีรสชาติหวานหอมอร่อยพิเศษสุด ชาทำนองนี้มีหลายชนิด ทุกชนิดจะได้รับจากการปลูกแบบประคบประ หงมภายในร่ม ก่อนที่จะเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้กลิ่นและรสที่ดีที่สุด 



กล่าวคือ หลังจากที่ใบชาเริ่มแตกยอดนั้นจะไม่ให้ยอดใบชาถูกแสงแดด ทำให้ชะลอการเติบโตของใบชา เป็นผลทำให้ใบชามีสีเขียวเข้มขึ้น มีการสร้างกรดอะมิโนซึ่งทำให้ใบชามีรสหวานขึ้น แล้วเลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะใบชาที่ดีที่สุดด้วยมือ หลังจากนั้นแล้วถ้าใบชามีลักษณะที่ม้วนงอ ก็จะ ถูกจัดเกรดเป็น เคียวกูโระ Gyokuro เป็นชาเขียวญี่ปุ่นที่ถือได้ว่าเป็นชาชั้นสูงที่สุดถ้า ใบชาไม่ม้วนงอ แต่แผ่อออกคล้ายแป้ง มีสีเขียวอ่อนๆ จึงจะเป็นชาที่เรียกว่า มัทฉะ ดังนั้น เมื่อพูดถึงมัทฉะแล้ว ก็จะหมายถึง ใบชาญี่ปุ่นชั้นดีที่บดละเอียด และเป็นชา ที่ถูกนำไปใช้ในพิธีชงชาของประเทศ ญี่ปุ่น มีพิธีการ อุปกรณ์ และวิธีชงที่เป็น เอกลักษณ์ เฉพาะตัว จากข้อมูลกระบวนการผลิตมัทฉะดังกล่าวมาแล้วนั้น จะเห็น ได้ว่ามัทฉะเป็นใบชาบดผง ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในพิธีชงชา ก็จะใช้ผงมัทฉะมาละลายเลย ดังนั้น การดื่มมัทฉะจึงเป็นการรับประทานใยชาทั้งใบ ต่างจากการดื่มชาแบบอื่นที่จะใช้ใบชาชงกับน้ำร้อน แล้วดื่ม เฉพาะน้ำชา ส่วนกาชาก็จะถูกทิ้งไป ปัจจุบันนี้ได้มีการประยุกต์นำมามัทฉะมาทำเป็นเครื่องดื่มโดยทำเป็นผงมัทฉะบรรจุ อยู่ในซองเวลาจะได้รับประทานให้เทผงมัทฉะลงในขวดน้ำเปล่า หรือน้ำแร่ จากนั้น ก็เขย่า ให้ผงละลายจนเข้าดี แล้วก็จะได้ชาเขียวมัทฉะที่มีรสชาติและความหอมเฉพาะตัว รสชาติของมัทฉะจะเข้ม ขมเล็กน้อย(ขมแบบชา) มีกลิ่นหอมกว่าชาเขียว ทั่วไป มีสีขุ่น ไม่ใสเหมือนชาเขียวที่ได้จากการชงแบบอื่น เช่น ชงโดยใช้ถุงชา และมีตะกอนอยู่บ้าง นับได้ว่าเป็นอีกวิถีทางหนึ่งในการดื่มชาเขียวที่ง่าย สะดวก ได้ประโยชน์ จากชาเขียวทั้งหมด เนื่องจาก เป็นการรับประทานใบชาทั้งใบ อีกทั้งมีกลิ่นที่หอม รสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
คุณประโยชน์ของมัทฉะก็จะเหมือนใบชาทั่วไป ให้ประโยชน์แก่ร่างกายมากมาย หลายประการ โดยมีสารสำคัญที่ทำให้เกิดประโยชน์ (Active Health Component) ที่เรียกว่า โพลีฟีนอล หรือเรียกกันทั่วไปว่า คาเทซิน ( Catechins) ชึ่ง Catechins นี้ จะมีปริมาณ 3040 % ของส่วนที่เป็นของแข็งที่สามารถสกัดได้จากใบชาเขียวแห้ง 
คาเทชินที่อยู่ในชาเขียวประกอบไปด้วย Epigallocatechin-.-gallate(EGCG) Epicatechi-.-gallate epicatechin epigallocatechin’ Gallocatechin Gallat and Catchin ในทั้งหมดนี้ สารที่มีมากที่สุดคือ Epigallocatechin-.-gallate หรือ อี จี ซี จี (EGCG) ขนาดใบชาเขียวแห้ง 1ซอง (1.5กรัมต่อซอง) จะให้ EGCG ประมาณ 35-110 mg  EGCG นับได้ว่า เป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าการรับประทานแครอท บรอคเคอรี ผักโขม และสตรอเบอรรี่ ในขนาดที่รับประทาน ในแต่ละมื้อ  ซึ่งมีงานวิจัยรองรับมากมายถึงประโยชน์ของสาระสำคัญตัวนี้ อาทิเช่น
  • ช่วยลดความอ้วน
ด้วนกลไกของการกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิ-เดชันของไขมัน มีรายงานวิจัยที่มีข้อมูลสนับสนุนว่า EGCG ช่วยเพิ่ม กระบวนการการเผาพลาญพลังงานของเนื้อเยื่อไขมัน และมีรายงาน การทดลองในคนแล้ว ว่าช่วยลดความอ้วนได้  นอกจากนี้มีงานวิจัยที่ทำในคนไทย ผู้ที่น้ำหนักเกินเป็น2กลุ่มได้รับสารสกัดชาเขียวและยาปลอม กลุ่มได้รับชาเขียวมีน้ำหนักน้อยกว่า 2.7.5.1และ 3.3 ก.ก.ใบสัปดาห์ที่4.8และ 12ของการวิจัย 
  • ช่วยลดไขมันในเลือด
แม้จะลดไขมันในเลือดได้ไม่มากนัก แต่ก็มีงานวิจัยที่ดีรองรับสองงานวิจัย ในงานวิจัยแรกพบว่า เมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มชาในปริมาณปานกลางหรือปริมาณมากร่วมด้วย จะลดปริมาณไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอไรค์ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในช่วง 6ชั่วโมง หลังรับประทานอาหารและดื่มชา โดยลดการเพิ่มระดับ ของไขมันชนิดไตรกลีเซอรไรด์ ในเลือดได้ถึง 15.1-28.7%  อีกงานวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มชาประมาณสองถ้วยต่อวัน สามารถลดไขมันในเลือดชนิดโครเลสเตอรรอลลงได้ เล็กน้อย(119.9เป็น106.6 มก./ดล.) แต่ก็มีนัยสำคัญทางคลินิก 
  • ช่วยโรคเส้นเลือดอุดตัน
มีรายงานวิจัยว่า สาระสำคัญในชาเขียวสามารถการหดเกร็งของเส้นเลือดฝอยลดการเกิดตะกอน (Plaque) ในเส้นเลือดฝอย ทำให้ลดอุบัติการณ์ ของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด (Myocardial inflation) และอัมพฤกษ์ อัมพาต จาก เส้นเลือดตีบตัน  นอกจากนี้ EGCG ยังเป็นตัวยับยั้งการเกิดการ สันดาป Oxidation ของโคเลสเตอรรอล ทำให้ลดการเกิดการสะสมสร้างตะกอน ในเส้นเลือดจากโคเรสเตอรรอล ทำให้ลดการเกิดเส้นเลือดแข็งตัวตีบตัน และลดอุบัติการณ์ของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ(Coronary Athero sclerosis) ในงานวิจัยในสัตว์ทดลองยังลดการเกิดเส้นเลือดในปอดตีบตัน( pulmonary thrombosis) อีกด้วย  ส่งให้เป็นผลดีต่อสุขภาพของ หลอดเลือดหัวใจ ไม่นานนี้มีงานวิจัยทางระบาดวิทยาในคนญี่ปุ่น พบว่า ผู้ที่ดื่มชาเขียว จะลดการเกิดโรคเส้นเลือดทางสมอง ทั้งโรคเส้นโลหิตในสมองแตก (Cerebral hemorrhahe) และเส้นเลือดสมองตีบ ได้จริง 
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระและต่อต้านมะเร็ง ( Antioxidant and anticancer)
ชาเขียวมีผลต่อการยับยั้งการเกิดมะเร็ง ได้หลายชนิดทั้งในคนและสัตว์ เพราะมี ฤทธิ์ทางด้านการต้านอนุมลอิสระอย่างมาก จากการวิเคราะห์ งานวิจัยที่เชื่อถือได้ของ Cochrane database ตีพิมพ์ล่าสุด จำนวน 51 งานวิจัยทั่วโลก แม้จะมีจำนวนงาน วิจัยที่จำกัด พบว่าการดื่มชาเขียวลดอุบัติการณ์เกิดมะเร็งหลายชนิด เช่นมะเร็งตับ มะเร๊งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็ง ลำไส้ และมะเร็งตับอ่อน 
  • ข้อห้ามหรือข้อควจระวังของมัทฉะ
เนื่องจากมัทฉะ เป็นชาที่บดจากใยชาโดยตรง จึงยังตงมีคาเฟอีนได้เล็กน้อย คล้ายกับกาแฟ ข้อห้ามจึงคล้ายกับกาแฟ คือผู้ที่ทานกาแฟแล้วใจสั่น นอนไม่รับ ก็ไม่ควจรับประทานมัทและ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจชนิดที่มีหัวใจเต้นเร๊ว และโรคไทรอยด์ เป็นพิษ ในระยะที่ยังคุมไม่ได้และมีใจสั่นหัวใจเต้นเร๊ว ก็ไม่ควจรับประทานน้ำชา กาแฟ รวมทั้งมัทฉะเช่นกัน

ราคาแพ๊คละ 190 บาท (15 ซอง)

เครื่องดื่ม Activ Malt แอคทิฟ มอลต์

มอลต์เป็นเครื่องดื่มทำมาจากข้าวบาร์เลย์ที่ไม่ผ่านการขัดสี อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เครื่องดื่มมอลต์ถูกพัฒนาคิดค้นขึ้นมาเมื่อร้อยกว่าปีในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อต้องการให้เป็นแหล่งคุณค่าทางโภชนาการสำหรับทารกและเด็ก เนื่องจากคุณค่าทางโภชนาการในมอลต์มีอยู่อย่างครบถ้วนด้วยสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน รวมไปถึงวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนั้นยังย่อยและดูดซึมไปใช้ได้ง่าย

สารอาหารที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมองได้แก่
น้ำมันปลา (Fish Oil) พบว่าในน้ำมันปลามี DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมอง มีส่วนในการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตั้งแต่แรกเกิดที่ต้องการ DHA ในปริมาณมากและเพียงพอ เพื่อใช้ในการพัฒนาสมองได้อย่างเต็มที่ในวัยผู้ใหญ่  DHA ยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท ทำให้มีการถ่ายทอดสัญญาณและส่งผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองได้ดี จึงช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และการจดจำ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยรายงานว่า DHA ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความจำเสื่อม ( Alzheimer’s disease ) ได้อีกด้วย 
โคลีน ( Choline ) โคลีนเป็นสารตั้งต้นหลักในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า อะเซททิลโคลีน ( Acetylcholine ) ซึ่ง Acetylcholine นี้เป็นสารสื่อประสาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความจำ การควบคุมกล้ามเนื้อ และหน้าที่อื่นๆอีกหลายอย่าง  ดังนั้นโคลีนจึงมีผลต่อขบวนการส่งกระแสประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำและการรับรู้ เรียกได้ว่ามีบทบาทในพัฒนาการด้านการเรียนรู้ โดยเฉพาะระบบความจำ  รวมถึงมีการศึกษาในการใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s disease ) ด้วย  โดยมีการศึกษาในผู้ป่วยสมองเสื่อมประเภท Alzheimer ระยะเริ่มต้นในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีช่วงอายุ 55-57 ปี พบว่าการรับประทานโคลีน ไบทาร์เทรต 12 กรัมต่อวัน สามารถช่วยทำให้ความสามารถในการจำบางด้าน เช่น การจำในสิ่งที่เคยฟังมาแล้ว และตัวหนังสือที่อ่านมาแล้วได้ (auditory and visual word recognition)ในกลุ่มผู้ป่วย Alzheimer ระยะเริ่มต้น ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน 
วิตามินบี 6 ( Vitamin B6 ) หรือ ไพริดอกซีน ไฮโดรคลอไรด์(Pyridoxine Hydrochloride ) มีส่วนช่วยสร้างสารที่จำเป็นในการทำงานของระบบประสาท 
วิตามินบี 12 (Vitamin B12) มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง
สารอาหารที่ช่วยช่วยบำรุงจอตา ได้แก่
ลูทีน ( Lutein ) ช่วยปกป้องสายตาจาก Blue Light โดยทำหน้าที่ช่วยกรองและดูดซับแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตา  เป็นแสงที่หลีกเลี่ยงได้ยากเพราะมีอยู่ทั่วไปรอบๆ ตัวเรา ทั้งแสงจากดวงอาทิตย์ แสงจากโทรทัศน์ แสงจากจอคอมพิวเตอร์ แสงจากหลอดไฟ เป็นต้น นอกจากนี้ ลูทีนยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในดวงตาของคนเราอีกด้วย เพราะดวงตาของเราจะมีสารอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นตัวทำลายเซลล์รับภาพและทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับจอประสาทตาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ได้อย่างไรก็ตาม สารอาหารลูทีนนี้ ร่างกายของคนเราไม่สามารถสังเคราะห์สารลูทีนขึ้นมาใช้เองได้ จะต้องรับประทานเข้าไปเท่านั้น ดังนั้น การปกป้องดวงตาและเอาใจใส่เรื่องการรับประทานอาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลควบคู่กันไป 

เครื่องดื่มแอคทิฟมอลต์รสช็อกโกแลต แพ๊คละ 235 บาท (20 ซอง)
เครื่องดื่มแอคทิฟ ไวท์ มอลต์ แพ๊คละ 250 บาท (20 ซอง)

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

CLA 900 น้ำมันดอกคำฝอย

CLA หรือ Conjugated Linoleic Acid เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้จากการรับประทานเท่านั้นแหล่งของ CLA คือน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย CLA มีประโยชน์ในเชิงการควบคุมน้ำหนักดังนี้
1. ช่วยลดการสะสมไขมันส่วนเกินขึ้นมาใหม่ โดยมีกลไกในการทำงานคือ CLA จะไปยับยั้งการ ทำงานของเอนไซม์ไลโปโปรตีนไลเปส (Lipo-protein Lipase) ช่วยให้ร่างกายลดการสะสมของไขมันที่ชั้นใต้ผิวหนัง 
2. ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่สะสมไว้ในร่างกาย โดยมีกลไกในการทำงานคือ CLA จะไป
เร่งการทำงานของเอนไซม์คาร์นิทีน ปาล์มิโตอิล ทรานสเฟอร์เรส (Carnitine Palmitoyl Transferase) ช่วยให้ร่างกายนำเอาไขมันที่สะสมไว้มาเผาผลาญให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังลดการสร้างไขมันสะสมของไขมันอีกด้วย 
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในระยะยาวว่า การให้ CLA จะสามารถลดมวลไขมัน (BFM) และช่วยในการรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่  และมีงานวิจัยที่ชี้ชัดว่าการใช้ CLA มีความปลอดภัย  แม้จะรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปีเต็มในผู้ที่น้ำหนักเกิน นอกจากผลในเรื่องลด BFM แล้ว CLA ยังมีรายงานวิจัยที่บอกได้ว่ายังมีคุณสมบัติในเรื่องการป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย  ด้วยกลไกต้านมะเร็งหลายชนิด
จากผลของการช่วยลดการสะสมของไขมัน ทำให้กล้ามเนื้อกระชับยิ่งขึ้น ส่งผลให้รูปร่างได้สัดส่วน ดังนั้น CLA จึงเป็นอาหารสุขภาพทางเลือกหนึ่งที่ชัดเจน และมีความปลอดภัยสูงสำหรับผู้ที่น้ำหนักเกิน ซึ่งเมื่อรับควบคู่ไปกับการคุมอาหารและออกกำลังกายจะทำให้มีรูปร่างที่สวยงามได้ดั่งใจ โดยที่ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด

โรคอ้วน หรือ การมีภาวะที่มีไขมันทั่วร่างกายมากกว่าปกติมีวิธีการคำนวณทางการแพทย์โดยใช้ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) ในการชี้วัดการหาดัชนีมวลกาย ทำได้โดยการคำนวณด้วยการนำน้ำหนักตัว (เป็นกิโลกรัม) หารด้วยความสูง (เป็นเมตร) ยกกำลังสอง นั่นก็คือ BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ความสูง (เมตร) X ความสูง (เมตร) หน่วยที่ได้จะเป็นกิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยเกณฑ์ที่จะกำหนดว่าปกติหรืออ้วนเป็นดังนี้ 
  • ภาวะความอ้วนค่า BMI (กิโลกรัม / ตารางเมตร)
ปกติ 20-24.9
อ้วนเล็กน้อย 25-27.9
อ้วนปานกลาง 28-31.9
อ้วนมาก 32-41.9
อ้วนผิดปกติ 42 ขึ้นไป

สาเหตุของโรคอ้วนมีได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ความผิดปกติของระบบฮอร์โมน และสาเหตุสำคัญคือการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานมากเกินความต้องการแต่ละวัน และอาจขาดการออกกำลังที่เพียงพอร่วมด้วย ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเข้าไปมากกว่าที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้หมด จึงเกิดการสะสมของไขมันสำหรับการลดความอ้วนในผู้ที่น้ำหนักเกินนั้น ที่มีงานวิจัยทางการแพทย์ ทำได้หลายวิธีได้แก่ การควบคุมอาหาร (Diet control) การออกกำลังกาย (Exercise) การใช้ยา (Drugs) การผ่าตัด (Surgery) และการใช้อาหารเสริมสุขภาพ (Supplements) ซึ่งเป็นแนวทางที่ใหม่สุด
การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย เป็นที่ยอมรับว่าปลอดภัยที่สุดและสามารถทำได้กับทุก ๆ คน ต้องใช้ความอดทนสูง ส่วนการผ่าตัดและการใช้ยาจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น ใช้กับบางกรณี บางคนเท่านั้น ส่วนอีกวิธีการหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมกันคืนการใช้อาหารเสริมสุขภาพ มีให้เลือกหลายชนิด เช่น กลูโคแมนแนนหรือบุก เป็นอาหารเสริมประเภทเส้นใย โดยมีกลไกคือจะพองตัวในกระเพาะอาหาร ตัวมันเองไม่ให้พลังงานแต่จะช่วยถ่วงท้องและอยู่ท้อง นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอาหารเสริมอีกตัวที่จะขอแนะนำก็คือ CLA
ราคากระปุกละ 585 บาท (60 แคปซูล)

เจียวกู่หลาน(Jiaogulan 250)

เจียวกู่หลาน มีอีกชื่อว่า “ปัญจขันธ์” ได้รับคัดเลือกเป็นสมุนไพรแห่งปี 2548 ร่วมกับฟ้าทะลายโจร จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เจียวกู่หลานมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Gynostemma pentaphyllum จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดเถา 
มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออก และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ พบตั้งแต่จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย เนปาล ศรีลังกา พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ในประเทศจีนใช้แก้ไอ รักษาอาการอักเสบ ขับเสมหะรักษาอาการหลอดลมเรื้อรัง และตับอักเสบจากการติดเชื้อ ในการแพทย์พื้นบ้านของญี่ปุ่นใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้อักเสบ และบำรุงกำลัง สมุนไพรชนิดนี้มีประวัติการใช้มายาวนานในประเทศจีนและญี่ปุ่น ทั้งเป็นยาและเป็นอาหารเสริมสุขภาพ 
การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเจียวกู่หลาน หรือปัญจขันธ์ หลายๆ ด้าน ซึ่งสรุปมาพอสังเขปได้ดังนี้
  • การวิจัยในสัตว์ทดลอง 
- ลดไขมันในเลือดในหนูขาว
- ลดน้ำตาลในเลือดในหนูขาว
- ลดการเกิดเส้นเลือดหัวใจหดตัวในหนูถีบจักร
- ลดการขาดเลือดเลี้ยงสมองในกระต่าย ปกป้องตับจากสารพิษ acetaminophen ในหนูขาว
- ลดการอักเสบ ในหนูขาวที่เหนี่ยวนำให้อุ้งเท้าอักเสบ
- ฤทธิ์ขยายหลอดลม ในหนูตะเภา
- ยับยั้งและทำลายมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งกระพุ้งแก้มของหนูแฮมสเตอร์ มะเร็งตับของหนูถีบจักร มะเร็งหลอดอาหารของหนูขาว และ มะเร็งช่องท้องของหนูถีบจักร
- เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายในหนูที่เป็นมะเร็ง
  • การวิจัยในคน
ฤทธิ์ต้านมะเร็ง
มีงานวิจัยฤทธิ์ต้านมะเร็งของเจียวกู่หลานกับเซลล์มะเร็งของมนุษย์ ที่ได้รับการเพาะเลี้ยงไว้มากมายหลายชนิด ดังนี้
- มะเร็งตับ สาร Gypenosides ในเจียวกู่หลานสามารถยับยั้งการแบ่งตัวและทำลายเซลล์มะเร็งตับ Hep3B HA22T และ Huh-7 cell lines ของคนได้จริงด้วยกลไกที่ชัดเจน 
- มะเร็งปอด สาร Gypenosides สามารถทำลายเซลล์มะเร็งปอด Human lung cancer A-549 ของคนได้จริง ด้วยกลไกรบกวนการทำงานของโปรตีน Caspases-3 and-9 
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ สาร Gypenosides ในเจียวกู่หลาน สามารถทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ Human colon cancer colo 205 cells ด้วยการรบกวนโปรตีน และเหนี่ยวนำให้เกิดการทำลายของเซลล์ (Apoptosis) ได้จริง 
- มะเร็งลิ้น สาร Gypenosides ในเจียวกู่หลาน สามารถทำลายเซลล์มะเร็งลิ้น Human oral cancer SAS cells ของคนได้จริงด้วยกลไกของการ ยับยั้งการแสดงของ DNA repair genes และยังสามารถยับยั้งการลุกลามแพร่กระจายของมะเร็งลิ้นอีกชนิดคือ Human tongue cancer SCC4 ของคนได้จริงด้วยการยับยั้งการแบ่งตัวและทำลายเซลล์มะเร็ง (Apoptosis) ด้วยการรบกวนการทำงานของโปรตีน 
- อาจจะช่วยทำลายมะเร็งปากมดลูก สาระสำคัญ Gypenosides ในเจียวกู่หลาน อาจจะช่วยทำลายเซลล์มะเร็งปากมดลูก โดยการลดกลไกการควบคุมยีนของมะเร็ง ฤทธิ์เพิ่ม
  • ฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทานในร่างกาย
มีงานวิจัยในผู้ป่วยมะเร็ง 19 คน โดยให้รับประทานส่วนสกัดซาโปนินจากเจียวกู่หลานในขนาด Gypenoside 240 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลานาน 1 เดือน โดยเลือกในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด พบว่าผู้ป่วย 10 คน ดีขึ้นอย่างชัดเจนผู้ป่วย 7 คนอาการดีขึ้น ในภาพรวมของการทดลองได้ผลดี 89.5% และการเพิ่มจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นในผู้ป่วย 17 คน แต่อีก 2 คน จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลงระดับอิมมูโนกลอบูลินในเลือดอยู่ในระดับปกติ และระดับ lgC ในเลือดลดลง และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ 
  • ลดระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
มีงานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวาน Type 2 (ซึ่งเป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่พบบ่อยที่สุด) โดยดื่มชาเจียวกู่หลาน พบว่าการบริโภคชาในปริมาณ 6 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เล็กน้อย แต่ก็มีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดยไม่มีอาการน้ำตาลต่ำหรือผลข้างเคียงอื่นใด 
  • มีประโยชน์ในผู้ที่มีไขมันเกาะตับ
งานวิจัยการให้สารสกัดเจียวกู่หลานในปริมาณ 80 ซีซีต่อวัน ในผู้ป่วยที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่มีภาวะไขมันเกาะตับ โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับสารสกัดเจียวกู่หลาน และกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเป็นเวลาสี่เดือน กลุ่มที่ได้รับสารสกัดเจียวกู่หลานมีค่าระดับของความอ้วน (BMI) เอนไซม์ตับ (SGOT, SGPT) และอินซูลิน ลดลงไปในแนวทางที่ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัด ทั้งสองกลุ่มมีค่าไขมันเกาะตับลดลง ถือได้ว่ามีประโยชน์ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ 
  • การศึกษาองค์ประกอบทางเคมี
ข้อมูลการวิจัยของวิจัยชาวจีนและญี่ปุ่นพบว่า เจียวกู่หลานมีสาระสำคัญอยู่หลายชนิดที่พบมากเรียกกันทั่วไปว่า Gypenosides เป็นสารจำพวก Saponin ซึ่งมีอยู่ไม่น้อยกว่า 80 ชนิด Gypenosides อีก 11 ชนิด ซึ่งมีสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงกับ Ginsenosides ที่พบในโสม
ซาโปนิน ที่พบในเจียวกู่หลานมีจำนวน 82 ชนิด แต่ซาโปนินที่พบในโสมมีเพียง 28 ชนิด ในจำนวนนี้มี 4 ชนิดที่เหมือนกัน ได้แก่ Gypenosides Rb1, Ginsenosides Rb3, Ginsenoside Rd และ Ginsenoside F3 จะเห็นได้ว่า เจียวกู่หลานกับโสมมีสาระสำคัญที่คล้ายกันอยู่หลายตัว 
  • การศึกษาความเป็นพิษ
สารสกัดน้ำของเจียวกู่หลานเมื่อนำมาทดสอบความเป็นพิษเรื้อรังในหนูขาว โดยแบ่งหนูขาวออกเป็น 5 กลุ่ม และให้รับประทานสารสกัดของเจียวกู่หลานใน ขนาด 6, 30, 150 และ 750 มก./กก./วัน นาน 6 เดือนและกลุ่มควบคุมได้รับสารสกัดขนาด 10 มล./กก. พบว่าในทุกกลุ่มการทดลองไม่พบพิษหรือผลข้างเคียงใดๆ เมื่อได้รับสารสกัดเจียวกู่หลาน (ค่าชีวเคมีในเลือดปกติ ลักษณะทางพยาธิสภาพอวัยวะภายในปกติ) นอกจากนี้ จากการศึกษาความปลอดภัยของสารสกัดเจียวกู่หลานที่ศึกษาในอาสาสมัคร 30 ราย โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้รับประทานสารสกัดเจียวกู่หลานแคปซูล ครั้งละ 1 แคปซูล ประกอบด้วยสาร Gypenoside 40 มก./แคปซูล หลังอาหาร วันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) ติดต่อกันนาน 2 เดือน กลุ่มที่ 2 รับประทานสารสกัดเจียวกู่หลานแคปซูลครั้งละ 2 แคปซูล หลังอาหาร วันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) นาน 2 เดือน พบว่าจากการศึกษาไม่พบอาการ ผิดปกติใดๆ ในอาสาสมัคร 
  • ข้อห้ามของเจียวกู่หลาน
- ไม่ควรรับประทานในเด็กและสตรีมีครรภ์
- ไม่ควรรับประทานในผู้ที่รับประทานยาต้านเกล็ดเลือก ยาละลายลิ่มเลือดยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ราคากระปุกละ 355 บาท (60 แคปซูล)


อาร์ทิโชก (Artichoke) และแดนดิไลออน (Dandelion) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงตับ

อาร์ทิโชก (Artichoke) และแดนดิไลออน (Dandelion) นับว่าเป็นพืชที่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าการรับประทานพืชทั้ง 2 ชนิด นี้มีผลดีต่อสุขภาพตับหลายประการไม่ว่าจะเป็นการช่วยตับในกระบวนการขจัดสารพิษออกจากร่างกายช่วยป้องกันตับถูกทำงานจาการพิษต่าง ๆ เช่น แอลกอฮอล์ เป็นต้น และยังมีประโยชน์ในด้านการรักษาตับอักเสบ โดยช่วยต่อต้านการสร้างพังผืดที่ตับ (Antifibrotic activity) จากการเหนี่ยวนำด้วยสารพิษ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความสารถในการสร้างเซลล์ตับใหม่ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี และช่วยลดระดับโคเรสเตอรอลในเลือด

ตับคืออวัยวะภายในที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมีหน้าที่สำคัญในกาควบคุมสภาพร่างกายให้อยู่ดีมีสุข โดยทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ขจัดสารพิษออกจากเลือด สร้างภูมิคุ้มกันบางอย่างขึ้นมาต่อสู้โรคติดเชื้อ ตลอดจนกำจัดเชื้อโรต่าง ๆ ออกจากเลือด นอกจากนี้ตับยังทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบในการทำให้เลือดแข็งตัว ตลอดจนสร้างน้ำดี ซึ่งมีหน้าที่ช่วยการดูดซึมไขมันและวิตามินละลายในน้ำมัน ตับแข็ง เป็นสภาวะตับที่เกิดแผลเป็นขึ้นหลังจากมีการอักเสบหรือภยันอันตรายต่อเนื้อตับ เมื่อเนื้อตับที่ดีถูกทำลายลงจากการอักเสบหรือสาเหตุอื่น ๆ เนื้อตับที่เหลือจะล้อมรอบและทดแทนด้วยเนื้อเยื่อประเภทผังพืด เป็นผลให้เลือดที่ไหลผ่านตับถูกอุดกั้น ไหลไม่สะดวก และการทำงานของตับลดลง เนื่องจากเนื้อตับดีที่เหลืออยู่ลดน้อยลง เคยมีผู้ประเมินไว้ว่าโรคตับแข็งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของประชากรโชก 25,000 คน ในทุกปีจัดได้ว่าเป็นสาเหตุการณ์ที่เกิดจากโรคเป็นอันดับที่ 8 นอกจากนี้โรคตับแข็งยังเป็นสาเหตุของการสูญเสียทางเศรษฐกิจเนื่องจากผู้ป่วยขาดงาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายรักษาในโรงพยาบาล และยังก้อให้เกิดทุกขเวทนาในผู้ป่วยที่เป็น เช่น ภาวะท้องมานน้ำ เป็นต้น สาเหตุของโรคตับแข็งมีมากมายที่จะทำให้เกิดโรคตับแข็ง โดยสาเหตุนั้น ๆ จะต้องทำให้ตับมีการอักเสบเรื้อรังนานเป็นปี จนทำให้เนื้อตับตายลง เกิดแผลเป็น 

ราคากระปุกละ 690 บาท (60 แคปซูล)

EVENING PRIMROSE OIL

อีฟนิง พริมโรส ออยส์ (Evening Primrose Oil) หรือ EPO เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดของต้น Oenothera biennis ในแถบยุโรป ซึ่งอุดมด้วยกรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acid หรือ EFA) 2 ชนิด คือ 
1. กรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid)

2. กรดไขมันแกมมา-ไลโนเลนิก (Gamma Linolnic Acid หรือ GLA) กรดทั้งสองชนิดนี้มีความจำเป็นต่อระบบต่างๆ ของร่างกายภายใน ในการที่จะทำให้ระบบเหล่านี้ทำหน้าที่ได้อย่างปกติ กรดไขมันที่จำเป็นนี้ร่างกายสร้างเองไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร อีฟนิง พริมโรส ออยล์ เป็นอาหารเสริมแหล่งหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายได้รับไขมันจำเป็นทั้งสองชนิดนี้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะกรดไขมันแกมมา-ไลโนเลนิก (GLA)

  • คุณประโยชน์ของอีฟนิง พริมโรส ออยล์
1. ลดอาการปวดท้องหรือปวดหน้าอกในระยะก่อนมีประจำเดือน
2. บรรเทาอาการอักเสบปวดข้อรูมาตอยด์
3. บรรเทาอาการผิวหนังแห้งและอักเสบ และโรคผิวหนังอักเสบ ภูมิแพ้ Eczema
4. ชะลออาการเส้นประสาทเสื่อม และเส้นประสาทอักเสบในผู้ป่วยเบาหวาน
ดังนั้น ถ้าเรารับประทานอีฟนิง พริมโรส ออยล์ ทำให้ร่างกายได้รับ GLA เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จึงมีผลทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี นุ่มเนียน สดใส ไม่แห้งแตกหยาบกร้าน อีกทั้งช่วยลดริ้วรอยอันไม่พึงปรารถนา นอกจากนี้ยังมีรายงานจำนวนมากที่แสดงว่าน้ำมันอีฟนิง พริมโรส สามารถนำมาใช้รักษาโรคต่างๆ ได้ดังนี้
1. โรคผิวหนังเอคซีม่า (Eczema) พบว่าอาการคันลดลงและผิวหนังดีขึ้น
2. อาการปวดเต้านม (Mostalgla) ทำให้อาการปวดเต้านมหายไปหรือดีขึ้น
3. อาการผิดปกติก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome) นอกจากอาการเจ็บเต้านมจะดีขึ้นแล้ว ยังพบว่าสามารถลดปริมาณน้ำที่คั่งอยู่ในร่างกายได้ และทำให้ความรู้สึกทางจิตใจดีขึ้น
4. อาการปวดข้อรูมาตอยด์ (Rheumatiod Arthritis) สามารถทำให้อาการเจ็บปวดลดลง และช่วยลดปริมาณยาแก้อักเสบ (Non Sterodial Antinflammatory Drug-NSAID) ที่จะต้องใช้
5. อาการจากการขาดกรดไขมันที่จำเป็น เนื่องจากน้ำมันอีฟนิง พริมโรส มีกรดไขมันที่จำเป็นคือ ไลโนเลอิก หรือกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-6 ซึ่งทำให้อาการทางผิวหนังดีขึ้น
  • อีฟนิง พริมโรส ออยล์ สร้างผิวสวยของคุณให้เนียนนุ่ม สดใส
กรดไขมันแกมมา-ไลโนเลนิก (GLA) ใน อีฟนิง พริมโรส ออยล์ เป็นอาหารที่จำเป็นต่อผิวของคนเราอย่างยิ่ง ทั้งนี้ GLA เป็นองค์ประกอบทีสำคัญชนิดหนึ่งของเยื่อบุเซลล์ ทำหน้าที่ในการป้องกันมิให้เกิดการสูญเสียน้ำออกจากเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นอยู่เสมอ นอกจากนี้ GLA ยังเป็นต้นกำเนิดที่สำคัญในการสร้างโพสต้าแกลน-ดิน อี 1 Prostaglandin E1 หรือ PGE1 ซึ่งเป็นสารสำคัญในร่างกายที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมน โดยมีผลต่อร่างกายหลายประการ เช่น ป้องกันการเกิดการอับเสบ บรรเทาอาการข้ออักเสบ ซึ่งผลของ PGE1 ต่อผิวหนังนั้นก็คือ มีผลทำให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงผิวหนังได้มากขึ้น และช่วยให้ผิวพรรณแข็งแรงมีความยืดหยุ่นสูง

ขนาด 1,000 มก. 90 แคปซูล ราคา 563 บาท
ขนาด 1,000 มก. 50 แคปซูล ราคา 380 บาท
ขนาด   500 มก. 90 แคปซูล ราคา 355 บาท
ขนาด   500 มก. 50 แคปซูล ราคา 230 บาท

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

RESZANOL GEL

เรสซานอล เจล ( Reszanol Gel )

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและลำคอ

เนื้อเจลเนียนนุ่ม ซึมซาบเร็ว แต่ยังคงประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างยาวนาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความมันบนใบหน้า
โดดเด่นด้วยคุณสมบัติปราศจากน้ำหอม จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผิวแพ้ง่าย
อุดมด้วยคุณค่าของ เรสเวอราทรอล Resveratrol สารสกัดจากเปลือกองุ่นแดงที่เลื่องชื่อในการปกป้องผิวและลดความเสี่ยงจากยีนส์หรือพันธุกรรมที่ก่อให้เกิด ฝ้า กระ หรือ จุดด่างดำ รวมทั้งความหยาบกร้าน และริ้วรอยแห่งวัย

ผสานคุณค่าสารแกมม่า-ออริซานอล Gamma Oryzanol สารสกัดจากน้ำมันจมูกข้าว Rice Germ Oil ตรงเข้าชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว และยืดอายุเซลล์ผิวให้ยืนยาว ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
วิตามิน บี 3 Niacinamide และวิตามินอี Vitamin E สารบำรุงจากธรรมชาติ ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน กระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ให้ผิวสวยกระจ่างใสดูอ่อนวัย

ราคากระปุกละ  460 บาท